แอฟริกาน่าเที่ยวหรือเปล่า

  • Post author:
  • Post category:Blog

ปัจจุบันมีการสอบถามมากมายเกี่ยวกับ แอฟริกาน่าเที่ยวหรือเปล่า เดี๋ยววันนี้เราจะมาอธิบายให้เพื่อนๆฟังว่ามันน่าเที่ยวหรือเปล่าและควรรู้เรื่องอะไรบ้างก่อนจะไปเที่ยวแอฟริกา เพราะว่าการไปทวีปนั้นบอกได้เลยว่าคุณจะต้องเตรียมตัวสุขภาพที่จะต้องแข็งแรง เพราะทวีปนี้เป็นทวีปที่มีโรคภัยหรือปลายทางสุขภาพนั้นเยอะมากเลยทีเดียว เลยจำเป็นจะต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางและข้อกำหนดในการเดินทางว่าสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวนั้นฉีดวัคซีนในการป้องกันไข้เหลือง รวมถึงบางโลกที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการที่คุณไปเที่ยวแอฟริกา การเตรียมตัวอย่างนี้จะทำให้คุณปลอดภัยจากการได้รับเชื้อและสุขภาพที่แข็งแรง แอฟริกาน่าเที่ยวหรือเปล่า  จริงๆแล้วคุณควรศึกษาหรือการเลือกประเทศที่เราจะไปเที่ยวให้ดีก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามหลังมา แล้วต้องยอมรับเลยว่าทวีปแอฟริกาเป็นทวีปที่มีขนาดใหญ่มาก การเลือกสถานที่สำคัญในการท่องเที่ยวนั้นก็เป็นเหตุที่หลายคนนั้นเลือกไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นอุทยานรายการท่องเที่ยวในแถบแอฟริกา kenya  แอฟริกาใต้ สมัยนี้เราหาข้อมูลได้ง่ายๆจากอินเตอร์เน็ตได้เลยมีการรีวิวต่างๆมากมาย เราสามารถหาข้อมูลได้ เราเลือกที่จะไปสถานที่ไหนเราก็ไป search ในอินเตอร์เน็ตได้เลยไม่ว่าจะเป็นอุทยานมาไซมาราที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในเวลานี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม เสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือไม่ แน่นอนว่าเราสามารถดูได้ว่าพื้นที่เราจะไปเที่ยวนั้นมีการเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือเปล่า และคนที่จะไปเที่ยวนั้นอยู่ในกลุ่มที่สามารถติดเชื้อได้หรือไม่ เราอาจจะนำเชื้อโรคนั้นกลับมาประเทศไทยก็ได้ และการที่เราจะไปเที่ยวทวีปนั้นบอกได้เลยว่าคุณจะต้องฉีดวัคซีนหลายอย่างเลยทีเดียวเพื่อให้มีร่างกายที่ปลอดภัยจากการได้รับเชื้อต่างๆ การที่เราไปแอฟริกานั้นบอกได้เลยว่ามันจะมีเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงอยู่เราสามารถดูได้เลย หรือการไปนั้นเราควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าเราควรฉีดวัคซีนอะไรบ้าง  ความเสี่ยงในการเดินทาง อย่างเช่นเราไปท่องเที่ยวซาฟารี…

Continue Readingแอฟริกาน่าเที่ยวหรือเปล่า

สังคมวัฒนธรรมแอฟริกา ซึ่งมันมีความแตกต่างกันอย่างมาก

  • Post author:
  • Post category:Blog

สังคมวัฒนธรรมแอฟริกา นั้นแต่ละพื้นที่นั้นต้องบอกเลยว่าการใช้ชีวิตหลักการต้องการวัฒนธรรมหรือกระทั่งแม้แต่สังคมรูปแบบการใช้ชีวิตซึ่งแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เชื้อชาติในแต่ละประเทศก็ใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นพวกชาวอียิปต์ในส่วนของประเทศอียิปต์และในส่วนของโมร็อกโกขนาดอยู่ในพื้นที่ของแอฟริกาตอนเหนือซึ่งการใช้ชีวิตนั้นก็แตกต่างกันไม่เว้นแต่สภาพแวดล้อมอากาศพบได้ชัดเลยว่าแตกต่างกัน สังคมวัฒนธรรมแอฟริกา ของชาติตะวันตก ต้องย้อนกลับไปที่ทศวรรษที่ 19 เลยก็ว่าได้สำหรับการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของชาวแอฟริกาการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตวัฒนธรรมดั้งเดิม เพราะว่ามีการขยับถิ่นฐานของชาวตะวันตกกันมากขึ้นพี่สามารถขยายพื้นที่ในการควบคุมกว้างขวางกว่าเดิมจึงทำให้มีอิทธิพลมากพอที่จะครอบคลุมพื้นที่นั้น เพราะบางคนนั้นก็นับถือศาสนาคริสต์โดยที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย  ภาษาราชการ  เพิ่งชาวแอฟริกาปกครองด้วยตนเองโดยใช้ภาษาของราชการ ได้มีการปรับเปลี่ยนโดยใช้เป็นภาษาอังกฤษแทนภาษาราชการ ยกตัวอย่างเช่นประเทศกานา และยังมีอีกหลายๆประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ และยังมีประเทศที่ใช้ภาษาของฝรั่งเศสเป็นภาษาของราชการอีกด้วย ประเทศคองโก ประเทศเคนยา และยังมีอีกมากมายที่ยังใช้ภาษาฝรั่งเศส แล้วก็มีบางประเทศที่ใช้ภาษาโปรตุเกสเหมือนกันที่เป็นภาษาราชการ แต่ละชนเผ่ามีวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ในลักษณะของการแต่งกายแต่ละชนเผ่านั้นก็แตกต่างกันออกไปเพื่อเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่านั้น เพิ่งมีความเชื่อว่าการนับถือผีนั้นเป็นสิ่งที่มีบทบาทการใช้ชีวิตเป็นอย่างมากสำหรับชนเผ่า ซึ่งการใช้ชีวิตประจำวันการดำรงชีวิตต่างๆแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงบางคนเท่านั้นก็ยึดติดกับการใช้ชีวิตอยู่ในทะเลทรายซะส่วนใหญ่ บางเผ่าก็ใช้ชีวิตอยู่ตามแม่น้ำลำธารต่างๆ ถือว่าแต่ละชนเผ่านั้นกระจายอยู่ทั่วแอฟริกาเลย

Continue Readingสังคมวัฒนธรรมแอฟริกา ซึ่งมันมีความแตกต่างกันอย่างมาก

ซาฮาร่า ดินแดนที่มีแต่ทรายสุดสายตา

  • Post author:
  • Post category:Blog

ซาฮาร่านั้นเป็นที่รู้จักกันดีในนามของทะเลทรายที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่มากกว่าเก้าล้านสี่แสนตารางกิโลเมตร ถามว่าใหญ่ขนาดไหน  ทะเลทราย ซาฮาร่า นั้นกินพื้นที่หนึ่งในสามของทวีปแอฟริกาทั้งทวีป  มีขนาดพื้นที่พอๆกับสหรัฐอเมริกาซึ่งถ้าให้เปรียบเทียบคือมีขนาดใหญ่มากพอที่จะเอาทรายจากซาฮาร่าถมทวีปออสเตรเลียทั้งทวีปได้สบาย อาณาเขตยาวตั้งแต่ฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกไปจรดทะเลแดงและประเทศอียิปต์บริเวณด้านเหนือของทะเลทรายติดกับเทือกเขาแอตลาสและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทางด้านทิศใต้จรดหุบเขาที่เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำไนเจอร์และประเทศซูดาน ใหญ่ขนาดที่ยังคงสามารถมองเห็นทะเลทรายซาฮาร่าได้แม้มองจากอวกาศภายนอกโลก ทะเลทรายซาฮาร่านั้นอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา โดยพื้นที่แห่งนี้ได้กลายเป็นทะเลทรายมาแล้วมากกว่าสองพันปี เป็นสถานที่ที่ร้อนและแห้งแล้งมากที่สุดในโลก  ซาฮาร่า เคยเป็นพื้นที่สีเขียวมาก่อน ร่องรอยที่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยในแอริโซน่านั้นค้นพบในบริเวณที่เป็นทะเลทรายซาฮาร่าแห่งนี้คือ เมื่อประมาณหกพันปีก่อนมีร่องรอยของคราบน้ำฝนและการทับถมกันของชั้นตะกอน คาดการณ์กันว่าเมื่อประมาณช่วงห้าพันถึงหนึ่งหมื่นปีก่อนบริเวณนี้มีฝนตกมากกว่าปัจจุบันถึงสิบเท่า พื้นที่มีความเขียวชอุ่มและอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ทั่วทั้งพื้นที่เต็มไปด้วยต้นไม้สายพันธุ์ต่างๆและสัตว์ป่าหลากหลายชนิด และยังมีการค้นพบหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์เคยอาศัยอยู่ในบริเวณที่แห่งนี้ในช่วงที่ยังคงเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีการค้นพบภาพเขียนสีบนผนังถ้ำของมนุษย์ที่อยู่อาศัยอยู่ในยุคนั้น และค้นพบโครงกระดูกของมนุษย์ที่มีอายุประมาณหกพันปีถูกฝังจมอยู่ในทราย รวมไปถึงเครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องประดับ และอาวุธต่างๆอีกมากมาย  แม้จะมีการอาศัยในบริเวณนี้อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง แต่ต่อมาก็ได้มีการทยอยย้ายถิ่นฐานการออกไปอาศัยอยู่ที่อื่นเนื่องจากพื้นที่ค่อยๆมีความแห้งแล้งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันนั้นอุณหภูมิเฉลี่ยในตอนกลางวันของบริเวณทะเลทรายซาฮาร่าอยู่ที่ประมาณสี่สิบเก้าองศาเซลเซียส แม้อากาศร้อนจัด แต่ก็เคยมีหิมะตก หิมะแรกในรอบสี่สิบปีนั้นตกลงบนทะเลทรายซาฮาร่าเมื่อปีพ.ศ.2559  โดยมีผู้ถ่ายภาพหิมะที่ปกคลุมอยู่บนผิวทรายสีส้มเป็นชั้นสีขาวบางๆบริเวณเมืองอินเซฟราในประเทศแอจจีเรียเอาไว้ได้ เมืองอินซาฟรานั้นเป็นที่รู้จักกันในนามประตูสู่ทะเลทรายซาฮาร่า  โดยในวันที่ถูกเก็บภาพไว้ได้นั้นมีหิมะตกลงมาที่บริเวณนี้นานตลอดทั้งวัน อุณหภูมิในขณะนั้นอยู่ที่ประมาณหนึ่งองศาเซลเซียส  แม้ที่นี่จะเคยมีหิมะตกมาก่อนแต่ก็เป็นระยะเวลานานมากเมื่อสี่สิบปีที่แล้วและตกลงมาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น  แม้บริเวณเมืองแห่งนี้ในช่วงฤดูหนาวเคยมีอุณหภูมิลดต่ำสุดถึงติดลบสิบองศาเซลเซียสแต่ก็ไม่บ่อยครั้งที่เราจะเห็นหิมะตกลงมา แม้จะตกลงมาแต่ไม่นานหิมะทั้งหมดก็จะละลายหายไปจนหมดภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งวันด้วยอากาศที่ร้อนเป็นปกติของทะเลทราย  สาเหตุที่เมืองนี้ในฤดูหนาวมีอากาศที่หนาวจัดเช่นนี้เนื่องจากเป็นเมืองที่อยู่ระหว่างทะเลทรายซาฮาร่าและเทือกเขาแอตลาสนั่นเอง แต่แม้จะติดเทือกเขาแต่ส่วนมากในฤดูอื่นๆก็ยังคงมีอุณหภูมิปกติที่ค่อนข้างร้อนและแห้งแล้ง อุณหภูมิทั่วไปสูงสุดอยู่ที่ประมาณสามสิบเจ็ดองศาเซลเซียสโดยประมาณ

Continue Readingซาฮาร่า ดินแดนที่มีแต่ทรายสุดสายตา

ปัญหาภัยแล้งทวีปแอฟริกา เกิดขึ้นได้เพราะอะไร

  • Post author:
  • Post category:Blog

ต้องบอกเลยว่าทวีปแอฟริกา กำลังได้มีการพัฒนาที่มีประชากรที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และประชาชนเหล่านั้นยังไม่ค่อยมีความรู้และความยากจนขาดแคลนอุปกรณ์ต่างๆ หรืออาหารที่มีความสะอาด จึงทำให้ประเทศลาวที่อยู่ในทวีปแอฟริกานั้นเกิด ภัยแล้งทวีปแอฟริกา เพราะว่าในการจัดการบริหารแต่ละประเทศนั้น เขาเน้นไปที่พวกอาหารการกินของประชากรมากกว่าการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม ภัยแล้งทวีปแอฟริกา  บอกเลยว่าเป็นปัญหาสำหรับทวีปแอฟริกาเป็นอย่างมาก ปัญหานี้เกิดขึ้นมายาวนานทุกประเทศในทวีปแอฟริกานั้นประสบภัยแล้งมาตลอด เนื่องด้วยทวีปแอฟริกานั้นน่าจะเป็นสภาพของพื้นที่เขตของโลกที่เกิดภัยแล้ง เกิดการขาดอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ บอกเลยว่าทวีปแอฟริกานั้นแทบจะไม่เห็นสีเขียวของธรรมชาติเลย ภัยแล้งทำให้การปลูกพืชผักและสัตว์เลี้ยงล้มตายกันเป็นจำนวนมาก แล้วต้องบอกเลยว่าประชาชนนั้นเกิดล้มตายเนื่องจากการขาดแคลนอาหาร การตัดไม้ทำลายป่า ต้องบอกเลยว่าทวีปแอฟริกานั้นมีป่าน้อยมากที่เหลืออยู่ เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร เป็นทวีปที่บอกเลยว่าถูกการทำลายป่าค่อนข้างมากที่สุดของในโลกในเวลานี้ เป็นเพราะว่าประเทศเขานั้นส่งเสริมให้ตัดไม้ เป็นสินค้าที่ถูกส่งออกยอดฮิตเลยสามารถสร้างรายได้ให้แก่คนทวีปแอฟริกา จึงเป็นปัญหาที่ทำให้นำมาสู่กันเป็นไทแล้ว  ดินหมดสภาพ ปัญหาที่ทวีปแอฟริกานั้นไม่สามารถปลูกพืชผักหรือธรรมชาติได้ ทำให้ประชากรนั้นเกิดการขาดอาหาร เพราะว่าการบุกทำลายพื้นที่ป่านั้น จะทำให้สภาพดินของพื้นทวีปแอฟริกานั้น เกิดปัญหาดินหมดสภาพ และยังมีภัยแล้งเป็นส่วนที่สำคัญในการทำให้ดินทั้งหมดสภาพไป…

Continue Readingปัญหาภัยแล้งทวีปแอฟริกา เกิดขึ้นได้เพราะอะไร